พระเจ้ามีจริงหรือ โลกที่เราอยู่เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญหรือมีผู้สร้าง
ความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด
1 โครินธ์ 13:13
Facebook Page   

> บทความคริสเตียน > เผยอนาคต เส้นทางชีวิตมนุษย์และอวสานของโลกใบนี้ หน้า 2

หน้า 1 | หน้า 2 | หน้า 3 | หน้า 4 | หน้า 5 | หน้า 6 | หน้า 7 | หน้า 8

เผยอนาคต เส้นทางชีวิตมนุษย์และอวสานของโลกใบนี้ - หน้า 2

เรียบเรียงโดย พายุแห่งความเปรมปรีดิ์

ตายแล้วไปไหน

เมื่อเราซื้อสินค้ามา หากเราใช้สินค้าไม่เป็น ทางง่ายที่สุดก็คือกลับไปดูวิธีการใช้จากคู่มือที่แนบมากับสินค้านั้นนั่นเอง เช่นเดียวกัน เมื่อพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ พระองค์ทรงประทานคู่มือมาให้เราด้วย นั่นก็คือ “พระคัมภีร์” ในนั้นจะมีหลักการใช้ชีวิตของมนุษย์ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร รวมถึงคำตอบต่าง ๆ ของเรื่องที่เราอยากจะรู้ เรื่องชีวิตหลังความตายก็เช่นเดียวกัน ในพระคัมภีร์มีบอกเอาไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นอย่างไร ตายแล้วจะไปที่ไหน รวมถึงอวสานของโลกและทุก ๆ สิ่งบนโลกใบนี้ด้วย

เป็นความจริงที่ว่าพระเจ้าทรงสร้างโลก ทรงสร้างมนุษย์ ทรงสร้างสรรพสิ่ง และทุกสิ่งที่พระเจ้าสร้างนั้นพระองค์ทรงเห็นว่า ”ดี” คำถามก็คือ แล้วพระเจ้าทรงสร้างความตายมาทำไม? แท้จริงแล้วพระเจ้าไม่ได้สร้างความตาย พระเจ้าสร้างชีวิต แต่ความตายเกิดขึ้นเพราะผลของบาปที่มนุษย์ทำ เหมือนกระดาษ A4 ที่เราใช้กัน ไม่มีใครผลิตกระดาษ A4 เสียออกมา ทุกคนล้วนผลิตกระดาษสีขาว เรียบ ๆ อยู่ในซองอย่างดี แต่ผลจากการกระทำของเราจึงทำให้เกิดกระดาษเสียขึ้น เช่นเดียวกัน ในโรม 6:23 บอกว่า “เพราะว่าค่าจ้างของบาปคือความตาย” ความตายเกิดขึ้นจากผลของบาปที่เราทำ

เผยอนาคต เส้นทางชีวิตมนุษย์และอวสานของโลกใบนี้

ที่มา : https://www.freebibleimages.org/

แล้ว “ความบาป” คืออะไร? ความบาปก็คือการไม่เชื่อฟังสิ่งที่พระเจ้าตรัสสั่ง “ทุกคนที่ทำบาปก็ประพฤติผิดธรรมบัญญัติ บาปเป็นสิ่งที่ผิดธรรมบัญญัติ “ 1 ยอห์น 3:4 เพราะมนุษย์คู่แรก (อาดัมกับเอวา) “ทำบาป” โดยการกินผลไม้ที่พระเจ้าสั่งห้ามไม่ให้กิน ความตายจึงเข้ามาในโลก และมนุษย์รุ่นต่อ ๆ มาก็ต้องรับผลบาปที่มนุษย์คู่แรกทำด้วย เราจึงต้องตายหมดทุกคน

พระคัมภีร์บอกว่าเมื่อเราตายจากโลกนี้ไปแล้ว ทุก ๆ คนจะต้องไปอยู่ใน “แดนคนตาย” ซึ่งได้แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ถ้าหากชีวิตเราผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่พระเจ้ากำหนด ไม่มีบาป เราก็จะอยู่ในฝั่งสุขสบาย แต่หากชีวิตเราไปไม่ถึงมาตรฐานที่พระเจ้าวางไว้ เราก็จะต้องไปอยู่ฝั่งทุกทรมาน ซึ่งทั้ง 2 ฝั่งนี้ต่างคนต่างเห็นซึ่งกันและกันแต่ไม่สามารถข้ามไปหากันได้เพราะมีหุบเหวกั้นขวางอยู่ (ลูกาบทที่ 16:19-31) และนี่คือ “ความตายครั้งที่ 1” พระคัมภีร์บอกว่ายังมี “ความตายครั้งที่ 2” รออยู่ข้างหน้า ซึ่งเป็นความตายนิจนิรันดร์ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นหลังจาก “วันสิ้นโลก” จะเป็นวันที่พระเจ้าทรงพิพาษาการกระทำของมนุษย์และลงโทษคนเหล่านั้นเป็นนิจนิรันดร์

ลำดับเหตุกาณ์อวสานของโลกใบนี้

คริสเตียนเป็นศาสนาหนึ่งที่เชื่อว่ามี “วันสร้างโลก” และ “วันสิ้นโลก” ซึ่งก่อนที่จะถึงวันอวสานของโลกนั้นจะมีเหตุการณ์หรือหมายสำคัญต่าง ๆ เกิดขึ้นมา เพื่อบอกว่าวันเวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว และเราเรียกวันเวลาเหล่านั้นว่า “ยุคสุดท้าย”

เราทุกคนเชื่อว่าเรากำลังอยู่ใน “ยุคสุดท้าย” คือช่วงเวลาที่พระเยซูคริสต์ใกล้จะเสด็จกลับมา และเมื่อพระองค์เสด็จกลับมาครั้งที่ 2 เมื่อไร ก็เริ่มต้นนับวันอวสานของโลกได้เลย เพราะสุดท้ายแล้วโลกนี้จะต้องทุกทำลายลงแต่พระเจ้าจะสร้างโลกใหม่ขึ้นมาแทน คำถามก็คือ เรารู้เรื่องเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ดีแค่ไหน? ในสมัยพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมคนยิวต่างรอคอยการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์ แต่เมื่อพระเยซูทรงเสด็จมาอยู่ท่ามกลางพวกเขา กลับไม่มีใครรู้จักพระองค์!!

แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถเข้าใจความหมายต่าง ๆ ของคำพยากรณ์เกี่ยวกับการเสด็จกลับมาของพระเยซูได้ทั้งหมด อีกทั้งยังมีการตีความพระคัมภีร์ที่แตกต่างกันหลากหลายแนวทาง ดังนั้นสิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้อาจจะไม่เหมือนกับการตีความของคนบางพวกบางกลุ่ม และไม่ได้กำลังจะบอกว่าใครตีความถูกหรือผิดแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการให้เรามีไอเดียเกี่ยวกับยุคสุดท้ายและเส้นทางเดินของชีวิตมนุษย์จากวันนี้ไปจนถึงนิรันดร์ว่าพระคัมภีร์ได้วางปฏิทินของเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ไว้อย่างไร เหตุผลที่เราจำเป็นต้องรู้สิ่งเหล่านี้ก็เพื่อที่จะหนุนใจกันและกันให้เตรียมพร้อมอยู่เสมอ และให้ทำงานของพระองค์อย่างหนัก เพราะวันเวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว

1. หมายสำคัญของการสิ้นยุค

ในมัทธิว 24: 3 – 8 กล่าวว่า “ระหว่างที่พระเยซูประทับบนภูเขามะกอกเทศ สาวกทั้งหลายมาเฝ้าเป็นส่วนตัวกราบทูลว่า “ขอโปรดให้พวกข้าพระองค์ทราบว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่? และอะไรเป็นหมายสำคัญว่าพระองค์จะเสด็จมาและยุคเก่าจะสิ้นสุดลง?” พระเยซูตรัสตอบว่า “ระวังให้ดี อย่าให้ใครล่อลวงพวกท่าน เพราะว่าจะมีหลายคนมาโดยอ้างนามของเราและกล่าวว่า ‘เราเป็นพระคริสต์’ และพวกเขาจะล่อลวงคนเป็นจำนวนมากท่านจะได้ยินเสียงสงครามและข่าวลือเรื่องสงคราม คอยระวังอย่าตื่นตระหนกเลย เพราะว่าทุกสิ่งจะต้องเกิดขึ้น แต่ที่สุดปลายยุคยังมาไม่ถึง เพราะว่า ประชาชาติกับประชาชาติ และอาณาจักรกับอาณาจักรจะต่อสู้กัน ทั้งจะเกิดกันดารอาหารและแผ่นดินไหวในที่ต่างๆ แต่สิ่งทั้งหมดนี้เป็นการเริ่มต้นของความทุกข์เหมือนเมื่อเริ่มคลอดลูก”

ยุคของอิสราเอลหยุดลงตั้งแต่เขาปฏิเสธพระเยซู เวลานี้เป็นยุคของคริสตจักรซึ่งเริ่มตั้งแต่วันเพนเทคอสต์เป็นต้นมาจนถึงวันที่พระเยซูกลับมารับเราบนฟ้า (Rapture) พระเยซูไม่ได้บอกเราว่าจะกลับมารับเราเมื่อไร แต่พระองค์ให้หมายสำคัญหรือสัญญาณต่าง ๆ กับเราว่าก่อนที่พระองค์จะมา จะมีเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสงคราม การกันดารอาหารและแผ่นดินไหวตามที่ต่าง ๆ

หมายสำคัญเหล่านี้ก็เหมือนกับป้ายบอกทาง เมื่อเราขับรถไปต่างจังหวัด เราจะเห็นป้ายบอกทางเป็นระยะ ๆ ว่าเหลืออีกกี่กิโลเมตรถึงจะถึงที่หมาย แต่ยิ่งเราเข้าใกล้จุดหมายปลายทางมากเท่าไร ป้ายต่าง ๆ ก็จะใหญ่ขึ้น ชัดเจนขึ้น จนเมื่อเราเข้าเขตจังหวัดที่เราจะไป เราจะเห็นป้ายขนาดใหญ่คร่อมอยู่กลางถนน มีข้อความว่า “ยินดีต้อนรับสู่จังหวัด…” และบางครั้งก็จะมีรูปสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดนั้น ๆ ด้วย

เช่นเดียวกัน ยิ่งใกล้ถึงเวลาที่พระเยซูจะเสด็จกลับมา หมายสำคัญต่าง ๆ ก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ พระเยซูทรงเปรียบเหมือนกับผู้หญิงที่คลอดลูก ยิ่งใกล้กำหนดคลอดเท่าไร ความเจ็บปวดก็ยิ่งจะทวีความรุนแรงมากขึ้น เราไม่เคยเห็นโรคระบาดขนาดใหญ่ที่กระทบต่อชีวิตผู้คนทั้งโลกเหมือนโควิด 19 และไม่ทันที่โรคระบาดจะหาย เรากลับพบข่าวสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน แม้ว่าจะเป็นการรบกันแค่ 2 ประเทศ แต่ผลกระทบกลับมีไปยังทั่วทั้งโลก เป็นผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันแพง หรือวัตถุดิบทางการเกษตรที่แพงขึ้นเพราะต้องนำเข้าจากรัสเซีย ดังนั้นอย่าให้เราแปลกใจหากในอนาคตเราจะเห็นน้ำท่วมขนาดใหญ่เป็นวงกว้าง หรือการขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อคนทั้งโลก เพราะนี่คือสัญญาณที่กำลังบอกเราว่าใกล้จะถึงเวลาที่พระเยซูจะเสด็จกลับมารับเราแล้ว

2. การรุกรานของมาโกก

ในเอเสเคียล 38: 14 – 16 บอกว่า “เพราะฉะนั้น บุตรมนุษย์เอ๋ย จงเผยพระวจนะและกล่าวกับโกกว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ในวันนั้นเมื่ออิสราเอลประชากรของเราอาศัยอยู่อย่างปลอดภัยแล้ว เจ้าจะเร้าใจเจ้าเอง เจ้าจะมาจากที่ของเจ้าทางเหนือสุด ทั้งเจ้าและชนชาติทั้งหลายจำนวนมากที่อยู่กับเจ้า ทุกคนขี่ม้า เป็นพลพรรคทรงพลังยิ่ง เป็นกองทัพมหึมา เจ้าจะขึ้นมาต่อสู้อิสราเอลประชากรของเรา เหมือนอย่างเมฆคลุมแผ่นดิน โอ้ โกก ในเวลาภายหน้า เราจะนำเจ้ามาต่อสู้กับแผ่นดินของเรา เพื่อประชาชาติทั้งหลายจะรู้จักเรา เมื่อเราสำแดงความบริสุทธิ์ของเราต่อหน้าต่อตาพวกเขาผ่านตัวเจ้า นักวิชาการต่างเชื่อว่ามาโกกก็คือประเทศ "รัสเซีย" เพราะคำที่ว่า “เจ้าจะมาจากที่ของเจ้าทางเหนือสุด” หากเราดูแผนที่โลก ประเทศที่อยู่เหนือสุดของอิสราเอลก็คือประเทศรัสเซีย วันหนึ่งรัสเซียจะบุกมาทำสงครามกับอิสราเอล คำถามคือ ทำไมต้องมาบุกอิสราเอล? เพราะคนอิสราเอลรอคอยพระเมสสิยาห์เสด็จมา มารซาตานไม่อยากให้พระเยซูเสด็จกลับมาครั้งที่ 2 ดังนั้น หากไม่มีอิสราเอล พระเยซูก็กลับมาไม่ได้ ดังนั้นในยุคสุดท้าย อิสลาเอลจะตกเป็นเป้า หลาย ๆ ประเทศจะเข้าร่วมสงครามเพื่อต่อสู้กับอิสราเอล

พวกโรมันเข้ามาทำลายกรุงเยรูซาเล็มในปี ค.ศ. 70 อิสราเอลสิ้นประเทศตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นมา คนยิวกระจัดกระจายไปยังที่ต่าง ๆ ทั่วโลก คำพยากรณ์ในตอนนี้ไม่เคยมีเค้าว่าจะสำเร็จเลย จนกระทั้งผ่านไปอีก 1,800 กว่าปี เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ปี 1948 อิสราเอลได้ถือกำเนิดเป็นประเทศอีกครั้ง ซึ่งการกำเนิดของประเทศอิสราเอลนี้ก็ตรงกับคำพยากรณ์ที่บอกว่าเป็นไปได้หรือที่จะมีประเทศเกิดขึ้นมาได้ภายในวันเดียว ในอิสยาห์ 66:8 กล่าวว่า “ใครเคยได้ยินเรื่องเช่นนี้? ใครเคยได้เห็นสิ่งที่เป็นเหมือนสิ่งนี้? แผ่นดินจะเกิดขึ้นในวันเดียวหรือ? ประชาชาติจะคลอดออกมาในครู่เดียวหรือ? แต่พอศิโยนเริ่มปวดครรภ์ เธอก็คลอดบุตรทั้งหลายของเธอ”

เราไม่เคยเห็นชาติไหนในโลกเหมือนอิสราเอล แม้จะสิ้นประเทศไปแล้วก็ยังยึดมั่นเชื้อสายของชาติตนเอาไว้ เราไม่เคยเห็นคนบาบิโลน คนกรีก คนโรม หรือคนชาติไหน ๆ ที่ประเทศล่มสลายไปแล้วจะกลับมารวมกันเป็นประเทศชาติได้อีก มีเพียงอิสราเอลเท่านั้น เพราะพระเจ้าทรงสัญญาเอาไว้ว่าหากเขาหันกลับจากบาป หากเขากลับมาเชื่อฟังพระเจ้าอีก พระเจ้าจะทรงรวบรวมพวกเขาที่กระจัดกระจายไปนั้น “เมื่อเหตุการณ์เหล่านี้ คือพระพรและคำสาปแช่งซึ่งข้าพเจ้ากล่าวไว้ต่อหน้าท่านมาถึงท่านแล้ว และท่านระลึกขึ้นได้เมื่อท่านอยู่ท่ามกลางประชาชาติ ซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงขับไล่ท่านไปนั้น และท่านก็หันกลับมาหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ทั้งตัวท่านและลูกหลานของท่าน และเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์ในทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาท่านในวันนี้ด้วยสุดจิตสุดใจของท่าน แล้วพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทรงให้ท่านกลับจากการเป็นเชลย และทรงพระกรุณาต่อท่าน และจะทรงรวบรวมท่านอีก จากชนชาติทั้งหลายซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ทรงให้ท่านกระจายไปอยู่นั้น” เฉลยธรรมบัญญัติ 30:1 - 3

เผยอนาคต เส้นทางชีวิตมนุษย์และอวสานของโลกใบนี้

ที่มา : https://www.bbc.com/news/world-europe-61188943

ในสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนนั้น นักวิชาการหลายคนเชื่อว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของการรุกรานของมาโกก ในเอเสเคียล 38:1 - 6

“พระวจนะของพระยาห์เวห์มายังข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย จงมุ่งหน้าของเจ้าต่อสู้โกกแห่งแผ่นดินมาโกก (รัสเซีย) เจ้านายองค์สำคัญของเมเชคและทูบัล และจงเผยพระวจนะกล่าวโทษเขา จงกล่าวว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า โอ โกก นี่แน่ะ เราเป็นปฏิปักษ์กับเจ้าผู้เป็นเจ้านายองค์สำคัญของเมเชคและทูบัล เราจะให้เจ้าหันกลับ และเอาเบ็ดเกี่ยวขากรรไกรของเจ้า แล้วเราจะนำเจ้าออกมาพร้อมกับกองทัพทั้งหมดของเจ้า ทั้งพวกม้าและบรรดาพลม้า ทุกคนสวมเครื่องยุทธภัณฑ์ครบถ้วน เป็นพรรคพวกใหญ่โต ทุกคนถือดาบ มีโล่และดั้ง เปอร์เซีย (อิหร่าน) คูช (เอธิโอเปีย - ซูดาน) และพูต (ลิเบีย) อยู่กับพวกเขาด้วย ทุกคนมีโล่และหมวกเหล็ก โกเมอร์ (ตุรกี) และกองกำลังทั้งหมดของเขา เบธโทการมาห์ (ตุรกี) จากเหนือสุดพร้อมกับกองกำลังทั้งหมดของเขา มีชนชาติมากมายอยู่กับเจ้า (ประเทศมุสลิม อาจจะเป็นอีรัก ซีเรีย จอร์แดน และอียิปต์)

เหตุการณ์นี้จะเกิดก่อนการ Rapture โดยประเทศรัสเซีย ตรุกี อิหร่าน พร้อมด้วยการสนับสนุนของ ลิเบีย เอธิโอเปียและซูดาน จะเข้าโจมตีอิสราเอลจากทางเหนือ (เอเสเคียล 38:15) ซึ่งนักวิชาการคาดว่าน่าจะเป็นดินแดนของประเทศซีเรีย พระคัมภีร์บอกว่าเขาต้องการสิ่งที่มีค่าของอิสราเอล แต่ไม่ได้บอกว่าคืออะไร เรารู้หรือไม่ว่าปัจจุบันประเทศรัสเซีย ตรุกีและอิหร่าน ต่างมีกองกำลังของตนอยู่ในประเทศซีเรียแล้ว!! นักวิชาการหลายท่านเชื่อว่าสงครามของรัสเซียครั้งนี้จะค่อย ๆ ขยายตัวและสุดท้ายรัสเซียก็จะไปรบกับอิสราเอลในที่สุด

แม้ว่าจะมีนักวิชาการหลายคนเชื่อว่าสงครามรัสเซียกับยูเครนนี้คือการรุกรานของมาโกก อย่างไรก็ตามหากเราพิจารณาพระคัมภีร์ตอนนี้ให้ดี คำว่า “ในวันนั้นเมื่ออิสราเอลประชากรของเราอาศัยอยู่อย่างปลอดภัยแล้ว” ถ้าเราดูสถานการณ์โลกจะเห็นว่าอิสราเอลไม่ได้ถือว่าปลอดภัยแต่อย่างใด เมื่อปีที่แล้ว (ปี 2564) อิสราเอลก็เพิ่งทำสงครามกับพวกปาเลสไตน์ ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์มีมาตลอดหลายสิบปี นี่จึงไม่น่าใช่ภาวะอาศัยอยู่อย่างปลอดภัยของคนอิสราเอลตามที่พระคัมภีร์ได้ทำนายไว้ สงครามครั้งนี้น่าจะเป็น “เสียงสงครามและข่าวลือเรื่องสงคราม” ตามที่พระเยซูทรงตรัสไว้ในมัทธิว 24:6 อย่างไรก็ตามคำพยากรณ์เรื่องการรุกรานของรัสเซียต่ออิสราเอลจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับเวลาว่าจะเมื่อไรเท่านั้นเอง... อ่านต่อ

 

หน้า 1 | หน้า 2 | หน้า 3 | หน้า 4 | หน้า 5 | หน้า 6 | หน้า 7 | หน้า 8


ถ้าหากสนใจอยากรู้เรื่องราวของการเป็นคริสเตียน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ เริ่มต้นการเป็นคริสเตียน หรือถ้าหากมีคำถามก็สามารถเมลมาสอบถามได้ที่ christiansiam@gmail.com

ค้นหาความจริง

เริ่มต้นการเป็นคริสเตียน

เกี่ยวกับเรา

เว็บสยามคริสเตียน (Siam Christian) เป็นเว็บส่วนบุคคลที่ไม่ขึ้นกับองค์กรหรือหน่วยงานใด ๆ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจแก่ผู้ที่สนใจเรื่องเกี่ยวกับพระเจ้า พระเยซู คริสเตียน หรือคริสตจักรต่าง ๆ ในประเทศไทย หากท่านมีคำถามหรือมีข้อเสนอแนะอะไรก็สามารถอีเมลมาพูดคุยกับเราได้ที่ christiansiam@gmail.com