พระเจ้ามีจริงหรือ โลกที่เราอยู่เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญหรือมีผู้สร้าง
ความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด
1 โครินธ์ 13:13

> รู้จักพระวิญญาณบริสุทธิ์

รู้จักพระวิญญาณบริสุทธิ์

เรียบเรียงโดย พายุแห่งความเปรมปรีดิ์

พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นหนึ่งในพระเจ้าตรีเอกานุภาพ ที่ประกอบไปด้วยพระเจ้าพระบิดา พระเจ้าพระบุตร และพระเจ้าพระวิญญาณบริสุทธ์ ซึ่งทั้งสามพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

เมื่อพูดถึงคำว่าวิญญาณ หลายคนคงนึกถึงสะสารหรือพลังงานบางอย่างที่ไม่สามารถจับต้องได้ แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ได้เป็นพลังงานแบบนั้น พระองค์ทรงเป็นบุคคลที่เราสามารถมีความสัมพันธ์พูดคุยได้ พระเยซูบอกเราว่าหลังจากที่พระองค์เสด็จขึ้นสู่สวรรค์แล้ว พระองค์จะใช้องค์ผู้ช่วยหรือพระวิญญาณบริสุทธิ์มาหาพวกเรา หน้าที่ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็คือสำแดงสิ่งที่เป็นของพระเยซูให้เราได้รับรู้ (ยอห์น 16:14)

เมื่อแรกเริ่มที่พระเจ้าทรงสร้างโลก พระวิญญาณของพระเจ้าหรือพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ทรงอยู่ที่นั่นด้วย (ปฐมกาล 1:1 - 2) และใน วิวรณ์ 22:17 พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ได้เชิญชวนให้มารับน้ำแห่งชีวิตโดยไม่ต้องเสียอะไรเลย จะเห็นได้ว่าพระคัมภีร์เริ่มต้นและจบลงด้วยการสถิตอยู่ด้วยของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าพระเจ้าพระบิดา และพระเจ้าพระบุตรเลย ดังนั้นเราควรที่จะมาทำความรู้จักกับพระองค์ว่าแท้จริงแล้วพระวิญญาณบริสุทธิ์พระองค์ทรงมีพระลักษณะเป็นอย่างไร

1. พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า

 

 

ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมส่วนใหญ่จะใช้คำว่าพระวิญญาณของพระเจ้าเพื่อกล่าวถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระคัมภีร์ได้บอกเราว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงดำรงอยู่กับพระเจ้าพระบิดาและพระเจ้าพระบุตร (พระเยซู) ตั้งแต่ก่อนที่จะมีกาลเวลา พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงอยู่ด้วยเมื่อตอนสร้างโลก (ปฐมกาล 1:1 – 2, สดุดี 33:6) และพระเจ้าพระบิดาอยู่ที่ไหน พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ทรงอยู่ที่นั่น เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่ทรงทำพันธกิจร่วมกับพระเจ้าพระบิดา (อิสยาห์ 61:1)

รู้จักพระวิญาณบริสุทธิ์ รู้ว่าพระองค์ทรงเป็นบุคคล ไม่ใช่พลังงานเหมือนวิญญาณที่เราเข้าใจ และพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ที่มา : https://www.understandchristianity.com/basic-teachings-of-christianity/the-trinity/

สำหรับในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ เปโตรได้พูดย้ำว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ใน กิจการ 5:1 – 4 เมื่ออานาเนียขายที่ดินและถวายเงินบางส่วนให้แต่โกหกว่าได้ถวายเงินให้ทั้งหมด เปโตรถามว่าทำไมถึงได้โกหกต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ ท่านไม่ได้โกหกมนุษย์แต่โกหกพระเจ้า

ใน 1 โครินธ์ 2:10 – 12 บอกว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงหยั่งรู้ความล้ำลึกของพระเจ้าเพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า นอกจากนี้ในพระคัมภีร์ยังได้พูดถึงพระเจ้าตรีเอกานุภาพอยู่บ่อย ๆ ซึ่งแสดงถึงความเป็นพระเจ้าของทั้ง 3 พระองค์ อย่างใน 2 โครินธ์ 13:13 เปาโลได้พูดถึงพระเจ้าพระบิดา พระเจ้าพระบุตร และพระเจ้าพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่แตกต่างกันแต่อยู่ในสถานะเท่าเทียมกัน ซึ่งทั้งสามพระองค์ก็คือพระเจ้า หรือเมื่อพระเยซูกำลังจะเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ พระองค์ได้มอบพระมหาบัญชาแก่สาวกของพระองค์ใน มัทธิว 28:19 ที่ให้บัพติศมาพวกเขาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นการแสดงถึงความเป็นพระเจ้าของแต่ละพระองค์นั่นเอง


2. พระองค์ทรงเป็นบุคคล

แม้ว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้นจะไม่มีร่างกายเหมือนมนุษย์ แต่พระองค์ก็ทรงมีพระลักษณะที่เป็นบุคคลด้วย พระคัมภีร์ได้บอกไว้ว่าพระองค์ทรงตรัส (กิจการ 13:2) พระองค์ทรงสอน (ยอห์น 14:26) พระองค์ทรงนำ (กิจการ 8:29) พระองค์ทรงเดินเคียงข้างเรา (กาลาเทีย 5:16) พระองค์ทรงเสียพระทัย (เอเฟซัส 4:30) เป็นต้น การที่พระองค์ทรงมีพระลักษณะต่าง ๆ แบบนี้ จึงเป็นการยืนยันความเป็นบุคคลของพระวิญญาณบริสุทธ์ซึ่งผู้เชื่อทุกคนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับพระองค์ได้

นอกจากนี้ในพระธรรมยอห์น บทที่ 14 – 16 พระเยซูได้ยืนยันถึงความเป็นบุคคลของพระวิญญาณบริสุทธิ์เอาไว้ พระเยซูเรียกพระองค์ว่า “ผู้ช่วยอีกผู้หนึ่ง” (ยอห์น 14:16, 26, 15:26, 16:7) พระเยซูพูดถึงองค์ผู้ช่วยที่จะเสด็จมาเมื่อพระองค์จากไปอยู่กับพระบิดา พระองค์ทรงพูดถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ในลักษณะที่พระองค์ทรงเป็นบุคคล ไม่ใช่พลังงาน และการที่พระวิญญาณบริสุทธิ์จะสอนเราทุกสิ่ง (ยอห์น 14:26) ก็เป็นการสะท้อนถึงความเป็นบุคคลของพระองค์ เพราะพลังงานคงไม่สามารถสอนเราได้

และนี่ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับผู้เชื่อในพระเจ้าทุกคนที่พระเจ้าได้ประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้สถิตอยู่กับเราและประทับในเรา เพราะพระองค์ทรงเป็นบุคคลที่ให้คำปรึกษาแก่เราได้

3. งานของพระวิญญาณบริสุทธิ์

 

 

พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เสด็จมาหลังจากพระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ พระองค์คือผู้ช่วยเราให้รู้จักพระเจ้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์มีหลากหลายอย่าง เช่น

- ทรงทำให้เรารู้จักความบาป ความชอบธรรม และการพิพากษาที่จะมาถึง (ยอห์น 16:8)

พระองค์ทรงทำให้เรารู้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้จากสภาพแวดล้อมและสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา เช่น ผ่านทางคำสั่งสอนของพ่อแม่ ผ่านความผิดหวังที่เข้ามาในชีวิต ผ่านทางสถานการณ์ต่าง ๆ หรือผ่านทางคำเทศนาของนักเทศก์ เป็นต้น พระวิญญาณบริสุทธิ์จะฟ้องเราเมื่อเราทำผิดทำบาป ทั้งนี้เพื่อที่เราจะได้สารภาพบาปของเราต่อพระเจ้า ขอพระองค์ชำระเราให้บริสุทธิ์ ถ้าไม่มีการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ก็ไม่มีการสารภาพบาป ไม่มีการยกโทษบาป และไม่มีการเข้าแผ่นดินสวรรค์ด้วยเช่นเดียวกัน

- ทรงประทานชีวิตใหม่ให้เรา (ยอห์น 3:3)

จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า เราเป็นเหมือนคนที่ตายแล้ว เพราะเราได้ทำบาป (เอเฟซัส 2:1) แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงประทานชีวิตใหม่ให้เราทุกคนที่เชื่อในพระเยซู พระเยซูบอกว่าเราต้องบังเกิดใหม่จากน้ำและพระวิญญาณ เราถึงจะเข้าแผ่นดินของพระเจ้าได้ (ยอห์น 3:5) เราจำเป็นต้องบังเกิดใหม่อีกครั้ง (โดยการต้อนรับพระเยซูเข้ามาในใจ ให้พระองค์ทรงครอบครองชีวิตของเรา) เราเป็นคนชอบธรรมได้ด้วยพระคุณของพระเจ้า ไม่ใช่เพราะการกระทำของเรา (ทิตัส 3:5) ซึ่งสิ่งนี้เป็นเหมือนของขวัญที่พระเจ้ามอบให้เรา

- ทรงสถิตในผู้เชื่อทุกคน (ยอห์น 14:17)

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตอยู่ในผู้เชื่อทุกคน ดังนั้นร่างกายของเราจึงเป็นพระวิหารของพระเจ้า (1 โครินธ์ 3:16) พระเจ้าทรงรักร่างกายของเรา ดังนั้นเราควรจะรักษาชีวิตของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ ใช้ร่างกายของเราเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์ (1 โครินธ์ 6:19 - 20)

รู้จักพระวิญาณบริสุทธิ์ รู้ว่าพระองค์ทรงเป็นบุคคล ไม่ใช่พลังงานเหมือนวิญญาณที่เราเข้าใจ และพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ที่มา : http://www.freebibleimages.org/illustrations/gnpi-106-great-commission/

- ทรงประทานฤทธิ์อำนาจให้เราในการรับใช้พระเจ้า (กิจการ 1:8)

การรับใช้ที่พระเจ้ามอบให้เราทำก็คือบอกเล่าข่าวประเสริฐของพระเจ้า คือเราทุกคนเป็นคนบาป พระเจ้าจึงส่งพระเยซูมาในโลกนี้เพื่อไถ่บาปเราโดยการตายบนไม้กางเขน และในวันที่สามทรงฟื้นขึ้นจากตาย และตอนนี้พระองค์ทรงสถิตอยู่ในสวรรค์เพื่อเตรียมที่ไว้สำหรับผู้ที่เชื่อในพระองค์ พระเยซูจะเสด็จกลับมาอีกครั้งเพื่อรับผู้เชื่อทุกคนไปอยู่กับพระองค์บนสวรรค์

พระวิญญาณบริสุทธิ์จะประทานฤทธานุภาพให้เรา เพื่อให้เราสามารถบอกข่าวประเสริฐนี้ไปยังคนทั้งหลายที่อยู่ในโลกนี้ เริ่มต้นจากคนที่ใกล้ตัวเรา คนในครอบครัว เพื่อนสนิท คนรู้จัก และคนอื่น ๆ ที่เราพบเจอ เพื่อเมื่อพระเยซูเสด็จกลับมาอีกครั้ง คนเหล่านั้นจะไม่ต้องพินาศในบึงไฟนรกเป็นนิจนิรันดร์


เมื่อเราได้รู้จักพระเจ้า ได้ต้อนรับพระเยซูเข้าในในใจ เราจะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นมัดจำ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันในความรอดที่พระเจ้าทรงประทานให้เรา (2 โครินธ์ 1:22) ดังนั้นเมื่อเรารู้จักกับพระวิญญาณบริสุทธ์ที่สถิตอยู่ภายในเราแล้ว ก็ให้เราดำเนินชีวิตให้สมกับการเป็นลูกของพระเจ้า ใช้ร่างกายของเราถวายเกียรติแด่พระเจ้าให้สมกับที่เป็นพระวิหารของพระองค์ เพื่อให้ทุกคนที่เห็นชีวิตของเราได้เห็นพระเจ้าที่ทรงสถิตอยู่ในเรา และนำเขาเหล่านั้นให้มารู้จักกับพระองค์


ค้นหาความจริง

เริ่มต้นการเป็นคริสเตียน

สื่อคริสเตียน Online