พระเจ้ามีจริงหรือ โลกที่เราอยู่เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญหรือมีผู้สร้าง
ความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด
1 โครินธ์ 13:13

> เกิดมาทำไม คำถามที่มีคำตอบ

เกิดมาทำไม คำถามที่มีคำตอบ

เรียบเรียงโดย พายุแห่งความเปรมปรีดิ์

เวลาที่คนเราจะสร้างหรือประดิษฐ์อะไรขึ้นมาสักอย่าง ก็ล้วนแล้วแต่มีเป้าหมายว่าจะทำเพื่ออะไร มนุษย์สร้างรถเพื่อให้การเดินทางสะดวกขึ้น สร้างมือถือเพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารได้ง่ายขึ้น สร้างคอมพิวเตอร์เพื่อไว้ใช้งานต่าง ๆ ที่หลากหลาย เช่นเดียวกัน การเกิดของมนุษย์ก็น่าจะมีเป้าหมายด้วย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีมากมายหลายคนพยายามหาคำตอบของเป้าหมายของชีวิตว่าเราเกิดมาทำไม คำตอบที่ได้ก็มีต่าง ๆ นา ๆ แต่ละคำตอบบ้างก็สอดคล้องกัน บ้างก็ขัดแย้งกัน แล้วคำตอบไหนที่น่าจะเชื่อถือได้ เพราะการได้เกิดมานั้นถือว่าสำคัญแล้ว แต่การรู้เป้าหมายของชีวิตว่าเกิดมาทำไมนั้นสำคัญยิ่งกว่า และคำตอบของคำถามนี้ก็มีอยู่หลากหลายมุมมอง

แนวคิดเรื่องการเกิดมาทำไม

 

 

1. ความเชื่อว่ามีหลายชาติ เราเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมเก่า

แนวคิดนี้บอกว่าในแต่ละชาติเราอาจจะเกิดเป็นสัตว์หรือเป็นคนก็ได้ ขึ้นอยู่กับผลบุญและกรรมที่เราทำในแต่ละชาติ แต่มีข้อที่น่าสังเกตบางประการในเรื่องการเกิดมาเป็นอะไรในแต่ละชาติ ตัวอย่างเช่น

เกิดมาทำไม คำถามที่มีคำตอบ ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/เก้ง

กำเนิดเป็นกวาง เก้ง

ด้วยสมัยเป็นมนุษย์ ชอบหลงมัวเมาในเรือนร่างสัดส่วน อันน่ารัก น่าใคร่ น่าหลงใหลติดใจ พึงพอใจในการขายเนื้อขายตัว มักมากในกามารมณ์ มั่วกามเคล้าโลกีย์อย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน หาเงินมาโดยมิชอบ จึงเป็นเหตุปัจจัยให้ต้องเกิดเป็นพวกเนื้อ เก้ง กวาง ละมั่ง อาศัยอยู่ในป่าลึก ถูกมนุษย์ตามล่ามาบริโภค ชดใช้หนี้กรรมตามจริงนิสัยเดิมที่ตนได้ก่อไว้แต่ชาติปางก่อน

ยังมีสัตว์อีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้กล่าวถึง เพื่อให้เรื่องสั้นกระชับ จึงให้ข้อสังเกตว่าสัตว์เดรัจฉานส่วนมากพ้นออกมาจากนรก เปรต อสุรกาย แล้วมาชดใช้เศษกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ จนกว่าจะหมดกรรมเก่า มีสัตว์หลายชนิดเมื่อเสวยกรรมเก่าหมดแล้วก็อาจไปเกิดในสวรรค์ หรือเป็นมนุษย์ต่อไปได้ เช่น สุนัข ลิง แมว ปลา นก เป็นต้น แต่ขึ้นชื่อว่ากุศลธรรมและอกุศลธรรมแล้ว ทำไว้อย่างไรก็ย่อมได้รับอย่างนั้น เพียงแต่ช้าหรือเร็วเท่านั้นแต่หากท่านบำเพ็ญจิตจนทำลายอวิชชา กิเลส ตัณหา อุปาทาน ทิฐิ สังโยชน์ ได้หมดสิ้นแล้ว กุศลและอกุศลก็ติดตามส่งผลให้ไม่ได้อีกต่อไป เพราะกรรมใด ๆ ที่ยังไม่ได้เสวยก็จะเป็นอโหสิกรรมไปทันที”

จากเว็บ https://www.gotoknow.org/posts/300521

จากข้อความข้างต้นพบว่าคนที่ประพฤติผิดในกาม หรือคนที่ขายตัว ต่อไปจะต้องเกิดเป็นเก้ง กวาง เพื่อชดใช้กรรมที่ทำไป แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าสมัยนี้เก้งบางชนิดนั้นใกล้จะสูญพันธุ์ไปจากโลก ถ้าหากการชดใช้กรรมไปเกิดเป็นสัตว์ต่าง ๆ เป็นความจริง การขายตัวและการประพฤติผิดทางเพศจะต้องลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเก้งใกล้จะสูญพันธุ์เต็มที แต่นี่กลับตรงกันข้าม ยิ่งนานวันคนเรากลับเห็นเรื่องการเล่นชู้ การมีกิ๊ก เป็นเรื่องธรรมดาไป ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่เรื่องการเกิดไปเป็นสัตว์ต่าง ๆ เพื่อชดใช้กรรมนั้นไม่มีอยู่จริง

นอกจากนี้หากจะพิจารณาถึงความเชื่อเรื่องตายแล้วเกิดใหม่ การมีชาติที่แล้ว มีชาติหน้า ก็ยังมีข้อสงสัยอยู่เหมือนกัน เช่น ถ้าตอนนี้เราเกิดมาเป็นชาติที่ 3 สาเหตุที่เราเกิดก็เพื่อชดใช้กรรมเก่าที่ทำในชาติที่ 2 ส่วนชาติที่ 2 ก็เกิดมาเพื่อชดใช้กรรมเก่าในชาติที่ 1 ปัญหาอยู่ตรงนี้ก็คือ แล้วชาติที่ 1 ละ เราเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมเก่าจากชาติไหน ถ้าหากเราเพิ่งจุติในชาติที่ 1 เกิดมาโดยไม่มีกรรมเก่าใด ๆ ดังนั้นคำตอบว่าเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมเก่าก็คงไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง เพราะชาติที่ 1 เราไม่ได้ชดใช้กรรมอะไร แล้วเราเกิดมาทำไม??

2. ความเชื่อที่ว่ามีเพียงชาตินี้ชาติเดียว

หลาย ๆ คนมีความคิดว่าการเกิดมาของคนเรานี้ไม่เกี่ยวกับชาติที่แล้ว เรามีเพียงชาตินี้ชาติเดียว ทำให้เป้าหมายในการดำเนินชีวิตของแต่ละคนจึงแตกต่างกัน

เกิดมาทำไม คำถามที่มีคำตอบ ที่มา : http://www.youmustbetrippin.com/business-travel/7-tips-to-balance-your-work-and-personal-life/

- เกิดมาเพื่อทำงาน
หลายๆคนเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน วัน ๆ ก็ทำแต่งานเพื่อหาเลี้ยงชีพ เป็นอย่างนี้จนถึงวันตาย แต่ในขณะที่อีกหลายคนมีโอกาสดีกว่า สามารถทำงานหาเงินได้มาก แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะเห็นว่าเมื่อได้เงินมาก ก็ยิ่งทำงานหนักมากขึ้นเพื่อให้ได้เงินมากกว่าเก่า บางคนถึงขนาดพูดได้เต็มปากว่าตัวเองนั้นเกิดมาเพื่องาน และมีความสุขกับการทำงานเป็นอย่างมาก แล้วคนเราเกิดมาเพื่อทำงานจริงหรือ?

- เกิดมาเพื่อสร้างความสุขให้ตนเอง
หลาย ๆ คนมีความคิดว่าชีวิตนี้มีเพียงชีวิตเดียว และไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไร ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือทำอะไรก็ได้ที่ทำให้ตนเองมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวไปตามที่ต่าง ๆ การแสวงหาอาหารอร่อยกิน หรือการไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้ตนเองมีความสุข นี่คือเป้าหมายชีวิตของมนุษย์เราหรือ?

- เกิดมาเพื่อผู้อื่น
ในขณะที่บางคนคิดว่าชีวิตมีอยู่ 2 ด้าน คือการรับและการให้ บางคนมีชีวิตเพื่อที่จะให้ผู้อื่น ทำดีเพื่อผู้อื่น ทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคน และตั้งว่านี่คือเป้าหมายของชีวิตที่แท้จริง แนวคิดนี้เป็นสิ่งที่ดี แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถทำได้แบบนี้จริง ๆ และจริงหรือที่การเกิดมาเพื่อผู้อื่นคือคำตอบของคำถามว่าเกิดมาทำไม?

อยากให้เราลองพิจารณาดูโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือเรา บางคนก็ใช้สำหรับโทรคุยอย่างเดียว ในขณะที่อีกหลายๆคนใช้ในการเล่น Facebook ใช้ในการ Chat หรือเล่นอินเตอร์เน็ต บางคนก็ใช้เพื่อส่งตอบอีเมล บางคนก็ใช้เพื่อการเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ อีกมากมาย จะเห็นว่ามือถือเครื่องเดียวกันแต่มีการใช้ที่หลากหลายไม่เหมือนกัน แต่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของมือถือที่ผลิตมาก็เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของคนเราซึ่งหากจำแนกออกมาก็อาจจะเพื่อการสื่อสาร เพื่อความบันเทิง และเพื่อการทำงาน เป็นต้น

เช่นเดียวกันกับคนเราที่ดำเนินชีวิตเพื่อหน้าที่การงาน เพื่อสร้างความสุขให้แก่ตัวเอง หรือแม้กระทั่งเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นความสามารถของมนุษย์เหมือนกับ app ในมือถือที่แต่ละ app ก็มีความสามารถที่ไม่เหมือนกัน และนี่คือความสามารถของมนุษย์ที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ได้ แต่นั่นไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของการเกิดมาของมนุษย์เรา แล้วเราเกิดมาทำไม?

วัตถุประสงค์ของการเกิดมา

 


ในอดีตมีกษัตริย์องค์หนึ่งของอิสราเอลพยายามแสวงหาความหมายของชีวิตด้วยเช่นเดียวกัน กษัตริย์องค์นี้มีชื่อว่า ซาโลมอน ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่มีสติปัญญาเป็นเลิศ มีความฉลาด มั่งคั่ง และมีอำนาจมากองค์หนึ่งในยุคนั้น กษัตริย์ซาโลมอนใช้วิธีที่หลากหลายในการแสวงหาความหมายของชีวิต เขาพยายามใช้สติปัญญาที่เขามีในการหาคำตอบ และก็พบว่าทุกสิ่งล้วนอนิจัง เพราะไม่ว่าจะเป็นคนฉลาดหรือคนโง่สุดท้ายก็ต้องตายไปเหมือนกัน เขาพบว่าไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ซาโลมอนพยายามทำงานหนักจนแผ่นดินอิสราเอลในสมัยนั้นมีเงินและทองมากมาย มีชาวต่างชาติจำนวนมากอยากได้ยินสติปัญญาของซาโลมอน จึงเดินทางมาเข้าเฝ้าพร้อมเครื่องบรรณาการต่าง ๆ ใน 1 พงศ์กษัตริย์ 10:14 บอกว่าในแต่ละปีมีคนเอาทองคำมาถวายกษัตริย์ซาโลมอนถึง 23,000 กิโลกรัม แม้จะเป็นผู้ประสบความสำเร็จในการทำงาน แต่เขาก็พบกับความจริงของชีวิตที่ว่า ผู้คนต่างทำงานหนักเพื่อเก็บทรัพย์สมบัติให้กับอีกคนที่ไม่ได้ทำงาน และคนที่รับทรัพย์สมบัตินั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นคนโง่หรือคนฉลาด จะสามารถรักษาทรัพย์นั้นไว้ได้หรือไม่ กษัตริย์ซาโลมอนบอกว่า และนี่ก็อนิจจัง กินลมกินแล้ง (ปัญญาจารย์ 2:11) นอกจากนี้กษัตริย์ซาโลมอนพยายามหาความหมายของชีวิตโดยการหาความสุขให้แก่ตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการดื่มเหล้า หรือความสุขด้านเพศ กษัตริย์ซาโลมอนมีมเหสี 700 คน และนางห้าม 300 คน แต่นั่นก็ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงของชีวิต ทุกอย่างล้วนอนิจจัง กินลมกินแล้ง

เกิดมาทำไม คำถามที่มีคำตอบ ที่มา : https://reflexionescca.wordpress.com/2016/04/27/estaremos-vistiendo-como-dios-quiere/

กษัตริย์ซาโลมอนได้เขียนหนังสือชื่อปัญญาจารย์ ได้บรรยายสิ่งที่ตนเองได้ทดลอง ได้พยายามทุกวิถีทางเพื่อหาความหมายที่แท้จริงของชีวิต ในตอนสุดท้ายของหนังสือปัญญาจารย์ กษัตริย์ซาโลมอนได้สรุปสิ่งที่เขาค้นพบเกี่ยวกับความหมายของชีวิต ตามที่เขียนไว้ในหนังสือปัญญาจารย์ 12:9-14 ดังนี้

9 นอกจากท่านเป็นคนมีปัญญาแล้ว ปัญญาจารย์ยังสอนความรู้ให้ประชาชนอีกด้วย เออ ท่านพิเคราะห์ ท่านค้นคว้า และท่านเรียบเรียงสุภาษิตไว้มากมาย  10 ปัญญาจารย์เสาะหาถ้อยคำที่เพราะหู และท่านเขียนถ้อยคำแห่งความจริงไว้อย่างเที่ยงตรง 11 ถ้อยคำของคนมีปัญญาเปรียบเหมือนปฏัก และถ้อยคำที่ถูกรวบรวมไว้ก็ตรึงแน่นอย่างตะปู ถ้อยคำเหล่านี้เมษบาล (คำนี้ในภาษาฮีบรูไม่ชัดเจน แปลว่า ผู้เลี้ยงสัตว์ น่าจะหมายถึง ครูผู้สอน) ผู้หนึ่งมอบไว้  12 และยิ่งกว่านั้นอีก บุตรชายของข้าพเจ้าเอ๋ย จงรับคำตักเตือนเถิด ซึ่งจะทำหนังสือมากก็ไม่มีสิ้นสุด และเรียนมากก็เหนื่อยเนื้อหนัง 13 จบเรื่องแล้ว ได้ฟังกันทั้งสิ้นแล้ว จงยำเกรงพระเจ้า และรักษาพระบัญญัติของพระองค์ เพราะสิ่งนี้เป็นหน้าที่ของมนุษย์ทั้งปวง  14 เพราะว่าพระเจ้าจะทรงเอาการงานทุกอย่างเข้าสู่การพิพากษาพร้อมด้วยสิ่งเร้นลับทุกอย่าง ไม่ว่าดีหรือชั่ว

กษัตริย์ซาโลมอนบอกว่าหน้าที่ของมนุษย์ก็คือให้ยำเกรงพระเจ้า และรักษาพระบัญญัติต่าง ๆ เพราะในวันหนึ่ง พระเจ้าทำการพิพากษามนุษย์ทุกคนว่าได้ทำดี หรือทำชั่วอะไร และต้องรับผลแห่งการกระทำนั้น

ทำไมกษัตริย์ซาโลมอนถึงสรุปหน้าที่หรือเป้าหมายของมนุษย์ทุกคนแบบนี้ ก็เพราะกษัตริย์ซาโลมอนรู้ว่าการจะหาเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของสิ่งใดก็ตาม คนที่จะตอบได้ดีที่สุดก็คือคนที่สร้างสิ่งนั้นขึ้นมา เช่นเดียวกัน มนุษย์เราไม่ได้เกิดมาเพราะความบังเอิญจากการระเบิดของจักรวาล ไม่ได้เกิดมาจากการวิวัฒนาการ เพราะสิ่งที่เป็นระบบระเบียบนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ มนุษย์เกิดจากการสร้างขึ้น ซึ่งพระคัมภีร์บอกไว้อย่างชัดเจนว่าพระเจ้าเป็นคนสร้างมนุษย์ขึ้นตามพระฉายาของพระองค์ ดังนั้นการจะหาคำตอบว่าเราเกิดมาทำไมที่ดีที่สุดก็คือ เราต้องหาว่าพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ขึ้นด้วยวัตถุประสงค์อะไร

ทำไมพระเจ้าถึงสร้างมนุษย์

 


พระเจ้าไม่ได้สร้างมนุษย์เพื่อเป็นเพื่อนพูดคุยเพราะเหงา เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นตรีเอกานุภาพ คือพระเจ้าพระบิดา พระเยซูพระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทรงรวมเป็นหนีงเดียวกัน พระองค์ทรงมีเพื่อนพูดคุยอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องพึ่งมนุษย์ นอกจากนี้พระเจ้าไม่ได้สร้างมนุษย์เพราะต้องการคำสรรเสริญยกย่องจากเรา เพราะถึงแม้ว่าจะไม่มีเรา พระองค์ก็ทรงครบบริบูรณ์ไม่ได้ขาดอะไรเลย แต่พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ทุกคนด้วยความรัก และปรารถนาที่จะให้มนุษย์ได้ครอบครองร่วมกับพระองค์ เมื่อพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ พระเจ้าได้สร้างมนุษย์ให้พิเศษกว่าสิ่งทรงสร้างอื่น ๆ และได้มอบหมายหน้าที่ต่าง ๆ ให้มนุษย์ไว้ด้วย

เกิดมาทำไม คำถามที่มีคำตอบ ที่มา : https://ganastephen.wordpress.com/2017/03/18/what-does-it-mean-that-man-is-created-in-gods-image/

ในปฐมกาล 1:26 – 28 ได้บอกเราเกี่ยวกับการสร้างมนุษย์ของพระเจ้าดังนี้

26 แล้วพระเจ้าตรัสว่า “ให้เราสร้างมนุษย์ตามฉายาของเรา ตามอย่างของเรา ให้ครอบครองฝูงปลาในทะเล ฝูงนกในท้องฟ้าและฝูงสัตว์ใช้งาน ให้ปกครองแผ่นดินโลกทั้งหมด และสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิดบนแผ่นดินทั้งหมด” 27 พระเจ้าจึงทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามพระฉายาของพระองค์ ตามพระฉายาของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้น และทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง 28 พระเจ้าทรงอวยพรพวกเขา ตรัสกับพวกเขาว่า “จงมีลูกดกทวีมากขึ้นจนเต็มแผ่นดิน จงมีอำนาจเหนือแผ่นดิน จงครอบครองฝูงปลาในทะเล และฝูงนกในท้องฟ้า กับสัตว์ที่เคลื่อนไหวบนแผ่นดินทั้งหมด”

1. พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามพระฉายา ตามอย่างของพระองค์

หมายความว่าพระเจ้าสร้างเราทุกคนให้คล้ายกับพระองค์ ดังนี้

1.1. ด้านจิตใจ

พระเจ้าทรงสร้างให้มนุษย์เป็นคนมีเหตุมีผล และสามารถเลือกที่จะตัดสินใจทำอะไรหรือไม่ทำอะไรก็ได้ สิ่งนี้สะท้อนพระลักษณะพระเจ้าด้านสติปัญญาและความมีอิสระของพระองค์ ส่งผลให้มนุษย์มีอิสระที่จะคิดและทำตามที่ตนเองเห็นชอบได้ ดังนั้นทุกครั้งที่เราทำสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเขียนหนังสือ วาดรูป หรือตั้งชื่อสัตว์เลี้ยง เราก็กำลังสะท้อนพระลักษณะของพระเจ้าอยู่

1.2 ด้านศีลธรรม

พระเจ้าสร้างให้มนุษย์เราเป็นคนบริสุทธิ์และชอบธรรม เมื่อพระเจ้าสร้างมนุษย์ พระองค์ทรงเห็นว่าดี (ปฐมกาล 1:31) อย่างไรก็ตามความบาปได้เข้ามาในโลก ทำให้มนุษย์คิดและทำในสิ่งที่ไม่ดี แต่ความบริสุทธิ์และความชอบธรรมก็ยังคงอยู่ในจิตใต้สำนึกมนุษย์ทุกคน เราจึงชื่นชมคนที่ทำดี หรือออกกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้สังคมอยู่อย่างสงบสุข มีความยุติธรรม และมีความเท่าเทียมกัน หรือเรารู้สึกผิดเมื่อทำอะไรที่ไม่ดีลงไป นั่นเป็นเพราะเรากำลังสะท้อนพระลักษณะของพระเจ้านั่นเอง

1.3 ด้านสังคม

มนุษย์ถูกสร้างให้อยู่รวมกันเป็นสังคม ต้องการเพื่อน ต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และที่สำคัญที่สุดคือพระเจ้าทรงสร้างให้มนุษย์ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับพระองค์ (ปฐมกาล 3:8 – 9 ได้แสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรงพูดคุยกับมนุษย์เป็นประจำ) การมีปฏิสัมพันธ์กันนี้ได้สะท้อนพระลักษณะตรีเอกานุภาพของพระองค์ คือ 3 แต่เป็นหนึ่งเดียวกัน (พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์) ในสวนเอเดนมนุษย์มีความสัมพันธ์พูดคุยกับพระเจ้า และพระเจ้าก็เห็นว่าชาย (อาดัม) ไม่ควรอยู่คนเดียว จึงสร้างผู้หญิง (เอวา) ให้อยู่กับอาดัม ดังนั้นทุกครั้งที่มีใครบางคนแต่งงานกัน หรือพบเพื่อนใหม่ หรืออยู่รวมกันเป็นกลุ่ม นั่นก็คือเรากำลังสะท้อนพระลักษณะของพระเจ้าออกมา

เกิดมาทำไม คำถามที่มีคำตอบ ที่มา : https://www.colourbox.dk/billede/man-holder-en-gloedende-jord-kloden-i-hans-haender-billede-1484881

2. พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้ครอบครองสิ่งต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงสร้างขึ้น

ในสวนเอเดน พระเจ้าได้นำสัตว์ต่าง ๆ ให้อาดัมเป็นคนตั้งชื่อ อาดัมจะเรียกสัตว์นั้นว่าอะไร ก็จะเป็นไปตามนั้น (ปฐมกาล 2:19) นั่นคือพระเจ้าให้มนุษย์มีสิทธิอำนาจในการครอบครองสัตว์ต่าง ๆ และทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง จึงไม่น่าแปลกที่เราจะเห็นมนุษย์เป็นผู้ครอบครองโลกใบนี้ ไม่ใช่สัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่ง นั่นก็เพราะพระเจ้าทรงกำหนดเอาไว้นั่นเอง

3. พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์เพื่อให้มีลูกดกทวี

นี่คือหน้าที่อย่างหนึ่งของมนุษย์ที่พระเจ้ากำหนดไว้ คือให้เรามีลูกหลานทวีมากยิ่งขึ้นจนเต็มแผ่นดิน พระเจ้าทรงอวยพรมนุษย์อย่างมาก จนปัจจุบันเรามีประชากรทั้งโลกถึงกว่า 7 พันล้านคน

ดังนั้นถ้าจะถามว่าเราเกิดมาทำไม คำตอบก็คือเราเกิดมาเพื่อสะท้อนพระลักษณะของพระเจ้าทั้งในด้านจิตใจ ด้านศีลธรรม และด้านสังคม และพระเจ้ายังให้หน้าที่มนุษย์ในการครอบครองสิ่งต่าง ๆ และมีลูกดกทวีมากขึ้นจนเต็มแผ่นดิน

อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์ในการสร้างมนุษย์ของพระเจ้าได้ถูกบิดเบือนไปเพราะความบาป ทำให้โลกเราทุกวันนี้จึงมีแต่ความทุกข์โศก  มีสงคราม มีการแก่งแย่งชิงดีกัน จนทำให้หลายๆคนพยายามแสวงหาความหมายของชีวิต และหลาย ๆ คนก็จากโลกนี้ไปโดยไม่พบคำตอบ นั่นก็เพราะว่ามนุษย์ไม่ได้ทำหน้าที่ครบทั้ง 3 ข้อ ที่พระเจ้าให้ แม้ว่ามนุษย์ครอบครองสิ่งต่าง ๆ ในโลก แม้ว่ามนุษย์จะมีลูกดกทวีเต็มแผ่นดิน แต่สิ่งหนึ่งที่มนุษย์ส่วนใหญ่ขาดไปก็คือ การที่มนุษย์ไม่รู้จักพระเจ้าที่ทรงสร้างพวกเขา และไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับพระองค์ มนุษย์จึงไม่เคยได้รับความอิ่มใจ เหมือนมีหลุมดำอยู่ในจิตใจ มนุษย์พยายามเอาความสำเร็จ เอาเพื่อนฝูง ความรัก ชื่อเสียง เกียรติยศ เงินทอง หรือสิ่งต่าง ๆ มาถมหลุมดำนี้ แต่เติมยังไงก็ไม่เคยเต็ม เพราะมีเพียงแต่ความสัมพันธ์กับพระเจ้าเท่านั้นที่จะทำให้มนุษย์มีความอิ่มเอิบใจ มีสันติสุข สามารถที่จะกลบหลุมดำนี้ได้

เมื่อเรารู้แล้วว่าเราเกิดมาทำไม สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความรู้ที่เราได้รับมา แต่อยู่ที่เราทำตามหน้าที่หรือเป้าหมายของชีวิตนั้นหรือไม่ เมื่อใดก็ตามที่เรารู้จักพระเจ้าผู้ทรงสร้างเรา เมื่อนั้นเราก็ทำตามวัตถุประสงค์ในการเกิดมาของมนุษย์ครบถ้วน และเราจะพบว่าสันติสุขที่เราค้นหานั้นมาอยู่กับเราแล้ว และจะอยู่ตลอดไป ไม่มีใครจะสามารถแย่งจากเราไปได้

ถ้าหากสนใจอยากรู้เรื่องราวของการเป็นคริสเตียน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ เริ่มต้นการเป็นคริสเตียน หรือถ้าหากมีคำถามก็สามารถเมลมาสอบถามได้ที่ christiansiam@gmail.com

ค้นหาความจริง

เริ่มต้นการเป็นคริสเตียน

สื่อคริสเตียน Online