พระเจ้ามีจริงหรือ โลกที่เราอยู่เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญหรือมีผู้สร้าง
ความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด
1 โครินธ์ 13:13
Facebook Page   
Email: christiansiam@gmail.com

คำเทศนา - ความรักแบบพระเจ้า ตอนที่ 2

คำเทศนาประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2568

โดย ดร. จิโรจ บงกชมาศ



1 โครินธ์ 13:4-7

สรุปคำเทศนา - ความรักแบบพระเจ้า ตอนที่ 2

ความรักแบบพระเจ้า: 13 คุณสมบัติ ที่เปลี่ยนชีวิตให้เหนือกว่าความเชื่อ

เช้านี้เราจะมาเจาะลึกในหัวข้อที่ท้าทายกระแสโลกอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ "ความรัก" ความรักในมุมมองของพระคัมภีร์ไม่ใช่แค่เรื่องของอารมณ์ความรู้สึก แต่คือลักษณะชีวิตที่หล่อหลอมเราให้เป็นเหมือนพระเจ้า ซึ่งเราเชื่อในพระองค์ผู้เป็นความรัก เมื่อเรามีชีวิตที่สะท้อนความรักของพระเจ้ามากขึ้น ผู้คนรอบข้างที่เข้ามาในคริสตจักรจะสัมผัสได้ถึงสิ่งนี้ แม้พวกเขายังไม่รู้จักพระเจ้าหรือพระเยซูคริสต์เลยก็ตาม พวกเขาจะรู้สึกได้ถึงความรักที่มองไม่เห็นแต่มันมีอยู่จริง และจะบอกว่าชุมชนแห่งนี้ดีเพราะสัมผัสความรักได้


เมื่อเราก้าวเข้ามาเป็นคริสเตียน พระเจ้าทรงมอบ "ดีเอ็นเอฝ่ายวิญญาณ" ของพระองค์ให้กับเรา ลูกมักจะเป็นเหมือนพ่อแม่ เดินเหมือน พูดเหมือน และคิดเหมือนพ่อแม่ฉันใด คริสเตียนก็ควรเติบโตจนเป็นเหมือนพระเจ้ามากขึ้นฉันนั้น แต่เราจะมาถึงจุดที่เราจะเป็นเหมือนพระองค์ได้ ก็ต่อเมื่อเราตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองอย่างแท้จริง การมีลักษณะชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นสิ่งที่เราต้องยอมจำนนและตัดสินใจให้เกิดขึ้น และนี่คือเหตุผลว่าทำไมความรักแบบพระเจ้าจึงเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิตคริสเตียน


ความรักสำคัญกว่าความเชื่อ: มุมมองที่แตกต่างจากโลก

ในพระคัมภีร์ 1 โครินธ์ บทที่ 13 ข้อ 1-3 เปาโลได้ยกตัวอย่างที่น่าสนใจของพี่น้องคริสเตียนในเมืองโครินธ์ ซึ่งมีความเชื่อที่แข็งแกร่งมาก พวกเขามีของประทานฝ่ายวิญญาณ พูดภาษาแปลก ๆ ได้ เผยพระวจนะได้ มีความรู้และความเข้าใจในความล้ำลึกอย่างถ่องแท้ และมีความเชื่อมากมายถึงขนาดที่จะสามารถย้ายภูเขาได้ แม้แต่การยอมสละทรัพย์สินหรือยอมให้ตัวเองถูกเผาไฟเพื่อผู้อื่น แต่เปาโลย้ำสามครั้งว่า "แต่ถ้าไม่มีความรัก ข้าพเจ้าก็ไม่มีค่าอะไรเลย" เปาโลกำลังชี้ให้เห็นว่า แม้คุณจะมีความเชื่อที่ยิ่งใหญ่เพียงใด มีการกระทำที่เสียสละมากมายขนาดไหน ถ้าปราศจากรากฐานของความรักแล้ว ทุกสิ่งที่คุณทำก็ไร้ประโยชน์


พระเจ้าต้องการให้เราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ โดยมีลักษณะชีวิตที่เหมือนพระองค์คือ "ความรัก" ความเชื่อคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้เชื่อมต่อกับพระเจ้าและรับความรอดได้ง่ายที่สุด เหมือนกับการเสียบปลั๊กเพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศ แต่การเชื่อมต่อกับพระเจ้าไม่ได้จบแค่ตรงนั้น พระเจ้าต้องการให้เราเปลี่ยนไปเป็นเหมือนพระองค์ ความเชื่อเป็นแค่ "เงื่อนไขที่ง่ายที่สุด" ที่มนุษย์สามารถทำได้เพื่อรับความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า แต่ความรักคือผลลัพธ์ที่แท้จริงของการเติบโตฝ่ายวิญญาณ


ปัญหาของคริสตจักรโครินธ์คือพวกเขามีความเชื่อมากมาย มีประสบการณ์กับพระเจ้าอย่างอัศจรรย์ แต่ไม่มีความรักเป็นเป้าหมายหลักในการดำเนินชีวิต ทำให้เกิดการแตกแยก เป็นก๊กเป็นเหล่า มีการชิงดีชิงเด่น และเห็นแก่ตัว ซึ่งเป็นปัญหาที่รุนแรงกว่าการขาดความเชื่อเสียอีก ความรู้ทำให้ลำพอง แต่ความรักเสริมสร้างกัน (1 โครินธ์ 8:1) เมื่อความหยิ่งผยองเข้ามาในชีวิต ความสัมพันธ์จะชะงัก ไม่มีการขอโทษ ไม่มีการให้อภัย และเมื่อความรักไม่มี ความอดทนก็จะไม่มีตามไปด้วย


ลักษณะความรักที่มีคุณภาพ: 8 ไม่, 4 ทำ, 3 ทน

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าความรักของเราเป็นความรักที่มีคุณภาพตามแบบของพระคัมภีร์? ความรักที่มีคุณภาพสามารถวัดได้จาก "การกระทำ" โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่เราต้องเผชิญหน้ากับปัญหาหรือความขัดแย้งกับผู้อื่น และเราสามารถพัฒนาความรักของเราให้เป็นความรักที่มาจากสวรรค์ได้ด้วยการฝึกฝน 3 ส่วนหลัก ดังนี้:


8 ไม่: สิ่งที่ความรักไม่กระทำ

  • ไม่อิจฉา: ไม่รู้สึกโกรธหรือไม่พอใจเมื่อเห็นคนอื่นได้ดีกว่าตนเอง
  • ไม่อวดตัว: ไม่ยกตัวเองขึ้นเพื่อกดคนอื่นลง แต่พยายามหนุนใจผู้อื่น
  • ไม่หยิ่งผยอง: ไม่คิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น มีท่าทีและแรงจูงใจที่ถ่อมใจ
  • ไม่หยาบคาย: ไม่ใช้คำพูดที่ทำร้ายจิตใจผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นคำพูดตรงๆ หรือการด่าแบบสุภาพที่แฝงด้วยคำเสียดสี
  • ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว: ไม่เอาแต่ใจตัวเอง ไม่เคารพความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น
  • ไม่ฉุนเฉียว: ไม่ระเบิดอารมณ์หรือหงุดหงิดง่าย
  • ไม่จดจำความผิด: ไม่นำเรื่องที่จบไปแล้วมาขุดคุ้ยเป็นเงื่อนไขในการทะเลาะกันอีก
  • ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด: ไม่สนับสนุนหรือเชียร์เมื่อผู้อื่นทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

4 ทำ: สิ่งที่ความรักควรทำ

  • กระทำคุณให้ (Kind): มองหาโอกาสในการแสดงน้ำใจและรับใช้ผู้อื่นอยู่เสมอ
  • ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ: หนุนใจและสรรเสริญเมื่อผู้อื่นทำความดี
  • เชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ (Always Trust): ปกป้องคนที่เรารักและเชื่อในส่วนดีของพวกเขา แม้เขาจะทำผิดพลาดก็ตาม
  • มีความหวังอยู่เสมอ (Always Hope): ไม่หมดหวังในความสัมพันธ์และในตัวคนอื่น เรายังคงทำส่วนของเราอย่างดีต่อไปเพราะหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น

3 ทน: คุณสมบัติที่ต้องฝึกฝน

  • อดทนนาน (Longsuffering): มีความอดทนที่ยาวนานกว่าปัญหาที่เผชิญอยู่ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง ไม่ใช้อารมณ์
  • ทนแม้ความผิดของคนอื่น (Bear All Things): สามารถทนต่อการถูกใส่ร้ายหรือการถูกเข้าใจผิดได้
  • ทนต่อทุกอย่าง (Persevere): ไม่ยอมแพ้ต่อสถานการณ์ แต่มีความเพียรพยายามจนกว่าความรักของพระเจ้าจะสำแดงออกมาและเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราและคนรอบข้าง

บทสรุป

ความรักแบบพระคัมภีร์ ไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึก แต่คือการตัดสินใจที่จะมีลักษณะชีวิตที่สะท้อนถึงพระเจ้า ความเชื่อคือจุดเริ่มต้นที่ง่ายและจำเป็น แต่ความรักคือเป้าหมายสูงสุดที่เราต้องเติบโตไปถึง ดังเรื่องราวในคุกจีนที่แสดงให้เห็นถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของภรรยาที่ยอมกินส่วนที่เปื้อนเพื่อสามีจะได้กินส่วนที่สะอาด ความรักคือการเสียสละเพื่อผู้อื่นอย่างแท้จริง


หากวันนี้ชีวิตของคุณมีความสัมพันธ์ที่มีปัญหา ไม่ว่ากับคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนในคริสตจักร ขอให้คุณกลับไปแก้ไขที่ "วิธีคิด ท่าที และแรงจูงใจ" ของตัวเองก่อน อย่าใช้เหตุผลมาสนับสนุนการกระทำที่ขาดความรัก เพราะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นบ่งบอกชัดเจนแล้วว่ามีปัญหา ขอให้เราเติบโตในความรักของพระเจ้า และเป็นพระพรให้กับผู้อื่น ให้เราเป็นผู้ที่สร้างสันติสุขและเสริมสร้างความสัมพันธ์ในชุมชนของเรา


คำเชิญชวน: คุณพร้อมแล้วหรือยังที่จะสำรวจชีวิตของคุณ และยอมให้พระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงคุณให้เป็นเหมือนพระองค์ในเรื่องของความรัก? ให้เราอธิษฐานและตัดสินใจที่จะฝึกฝนความรักแบบพระเจ้าในทุกๆ วัน


3. คำสำคัญและคำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Primary keyword:

ความรักแบบพระเจ้า

Secondary keywords:

  • ความรักแบบคริสเตียน
  • ความรักตามพระคัมภีร์
  • 1 โครินธ์ 13
  • คุณสมบัติของความรัก
  • ความรักกับความเชื่อ
  • บทความคริสเตียน

4. FAQ

Q1: ความรักแบบพระเจ้าหมายถึงอะไร?

A1: ความรักแบบพระเจ้าคือความรักที่ปรากฏใน 1 โครินธ์ 13 เป็นความรักที่กระทำเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น ไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึก แต่เป็นการตัดสินใจที่จะเสียสละ อดทน และให้อภัยในทุกสถานการณ์


Q2: ทำไมความรักถึงสำคัญกว่าความเชื่อ?

A2: ในมุมมองของพระคัมภีร์ ความเชื่อคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเข้าถึงพระเจ้าได้ แต่ความรักคือลักษณะชีวิตที่บ่งบอกถึงการเติบโตฝ่ายวิญญาณของเรา ความเชื่อเป็นเพียงแค่เครื่องมือ แต่ความรักคือเป้าหมายสูงสุดของการเป็นคริสเตียน


Q3: 8 ข้อที่ความรักไม่ควรทำมีอะไรบ้าง?

A3: ความรักไม่ควรกระทำ 8 สิ่งนี้ ได้แก่ ไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย ไม่คิดแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่จดจำความผิด และไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด


Q4: ความรักที่มีคุณภาพควรทำอะไรบ้าง?

A4: ความรักที่มีคุณภาพควร กระทำคุณให้ ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติชอบ เชื่อในส่วนดีของผู้อื่นอยู่เสมอ และมีความหวังในความสัมพันธ์อยู่เสมอ


Q5: ความรักเกี่ยวข้องกับการให้อภัยอย่างไร?

A5: ความรักและการให้อภัยเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ ความรักที่แท้จริงจะ "ไม่จดจำความผิด" และ "ทนได้แม้ความผิดของคนอื่น" การให้อภัยคือการตัดสินใจปล่อยวางความขมขื่น และให้ความสัมพันธ์ได้เริ่มต้นใหม่


หากคุณกำลังมองหาบทเรียนชีวิตจากพระคัมภีร์ หรืออยากเข้าใจตัวเองและพระเจ้ามากขึ้น ติดตามบทความดีๆ แบบนี้ได้ที่ https://www.siamchristian.com

 

ถ้าหากสนใจอยากรู้เรื่องราวของการเป็นคริสเตียน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ เริ่มต้นการเป็นคริสเตียน หรือถ้าหากมีคำถามก็สามารถเมลมาสอบถามได้ที่ christiansiam@gmail.com

 



 

ค้นหาความจริง

เริ่มต้นการเป็นคริสเตียน

เกี่ยวกับเรา

เว็บสยามคริสเตียน - เว็บสำหรับคนอยากรู้จักพระเจ้า
รวมคำเทศนา คำหนุนใจ และพระวจนะจากพระเจ้า โดย ดร.จิโรจ บงกชมาศ แห่งคริสตจักร Hope International Church Seattle เพื่อเสริมสร้างความเชื่อคริสเตียน รู้จักพระเยซู และเรียนรู้พระคัมภีร์ ติดต่อ: christiansiam@gmail.com